|
|
|
บางครั้งงานออกแบบที่ดู “แพง” ไม่ได้เกิดจากวัสดุที่หนา หนัก หรือราคาแรงเสมอไป แต่มาจากรายละเอียดผิวสัมผัส สี และความเรียบร้อยของพื้นผิวต่างหาก และหนึ่งในวัสดุที่นักออกแบบและสถาปนิกเลือกใช้มากที่สุดเพื่อสร้างงานผิวที่ดูมืออาชีพ ก็คือ “แผ่นลามิเนต HPL” |
|
HPL หรือ High Pressure Laminate คือแผ่นลามิเนตที่ผลิตด้วยการอัดแรงดันและความร้อนสูง ทำให้ได้วัสดุผิวที่แข็งแรง ทนทาน และมีลวดลายให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่ลายไม้ ลายหิน ลายโลหะ ไปจนถึงสีพื้นเรียบ ๆ แบบโมเดิร์น |
| มันคือวัสดุที่ทำให้ “งานบิวท์อินธรรมดา” กลายเป็นงานที่ดูมีดีไซน์ทันที |
| เพราะสามารถควบคุมทั้งโทนสี ลายผิว และความสม่ำเสมอของงานได้อย่างแม่นยำ ต่างจากวัสดุธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนของลายไม้หรือลายหิน HPL ให้ผลลัพธ์ที่ “คุมโทนได้” |
| ซึ่งสำคัญมากในงานโครงการ เช่น |
|
โรงแรม |
|
โชว์รูม |
|
อาคารสำนักงาน |
|
ร้านอาหาร |
|
ร้านค้าแบรนด์ |
| ทุกแผ่น ทุกผิว ต้องเหมือนกัน เพื่อให้ภาพรวมดูเป็นมืออาชีพ |
|
|
ตู้ครัว |
|
ตู้เสื้อผ้า |
|
ผนังทีวี |
|
ผนังหัวเตียง |
|
เคาน์เตอร์ |
|
ผนังตกแต่ง |
| แค่เปลี่ยนผิววัสดุจากเมลามีนทั่วไป มาเป็น HPL งานจะดู “แพงขึ้น” ทันที ทั้งในแง่ความรู้สึกและอายุการใช้งาน |
|
| เพราะผลิตด้วยแรงดันสูง ทำให้เนื้อวัสดุแน่น แข็ง และทนต่อ |
|
รอยขีดข่วน |
|
ความร้อน |
|
ความชื้น |
|
การกระแทก |
|
คราบสกปรก |
| แจึงเหมาะมากกับพื้นที่ที่ต้องใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ตกแต่งสวยอย่างเดียว โดยเฉพาะในห้องครัว ห้องน้ำ (บางตำแหน่ง) และพื้นที่เชิงพาณิชย์ |
|
|
มันช่วยซ่อนรอยต่อ โครงไม้ โครงเหล็ก หรือผนังเดิมที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้งานดูเรียบร้อยเหมือนงานโรงงาน นี่คือเหตุผลที่ HPL ถูกใช้มากในงาน Interior Fit-out |
|
|
HPL คือวัสดุที่อาจดูธรรมดาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับนักออกแบบ มันคือเครื่องมือสำคัญที่สร้างคุณภาพงานทั้งหมด |
|
| HPL คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ภาพนั้นดูสมบูรณ์แบบ |
|
| |
|
| |