|
|
|
ไม้เทียมเป็นวัสดุตกแต่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะให้ความสวยงามคล้ายไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า ทั้งยังช่วยลดปัญหาเรื่องปลวก ความชื้น และการผุพัง อย่างไรก็ตาม แม้ไม้เทียมจะขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แต่การดูแลทำความสะอาดอย่างถูกวิธีก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้วัสดุยังดูสวยเหมือนใหม่ได้ในระยะยาว |
|
หลายคนเข้าใจว่าไม้เทียมแทบไม่ต้องดูแลเลย ซึ่งจริง ๆ แล้ววัสดุทุกชนิดย่อมมีฝุ่น คราบ หรือสิ่งสกปรกสะสมตามการใช้งาน โดยเฉพาะงานติดตั้งภายนอกที่ต้องเจอกับแดด ฝน และฝุ่นตลอดเวลา หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจทำให้พื้นผิวดูหมองหรือสะสมคราบได้ |
|
การทำความสะอาดไม้เทียมไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ส่วนใหญ่สามารถดูแลได้ด้วยอุปกรณ์พื้นฐานภายในบ้าน และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยารุนแรงเหมือนไม้จริง |
|
สำหรับไม้เทียมตกแต่งผนังหรือฝ้าภายในบ้าน วิธีดูแลง่ายที่สุดคือการใช้ไม้ปัดฝุ่นหรือผ้าแห้งเช็ดเป็นประจำ เพื่อป้องกันฝุ่นสะสมตามร่องและพื้นผิว |
|
หากมีคราบสกปรก สามารถใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดได้ทันที และควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะอาจทำให้ผิวเคลือบของวัสดุเสียหายได้ |
|
|
สำหรับไม้เทียมภายนอก เช่น ผนัง ระแนง หรือพื้นภายนอก อาจมีคราบฝุ่น คราบน้ำ หรือคราบดินสะสมมากกว่า การล้างด้วยน้ำสะอาดร่วมกับแปรงขนนุ่มจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ดี |
| หากมีคราบฝังแน่น สามารถใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปที่ไม่มีสารกัดกร่อนร่วมด้วยได้ |
| สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้แปรงลวดหรืออุปกรณ์ที่มีความแข็งมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิววัสดุเกิดรอยได้ |
|
| นอกจากการทำความสะอาดแล้ว การดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกมาก เช่น |
| • |
หลีกเลี่ยงการลากของหนักบนพื้นผิวโดยตรง |
| • |
ทำความสะอาดคราบทันทีเมื่อเกิด |
| • |
ตรวจสอบรอยต่อหรือจุดติดตั้งเป็นระยะ |
| • |
เลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีกรดหรือด่างเข้มข้น |
| ด้วยคุณสมบัติที่ดูแลรักษาง่าย ไม้เทียมจึงเป็นวัสดุที่เหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสวยงามและความสะดวกในการใช้งานจริง |
|
| |